อาหารบำรุงสายตา มีอะไรบ้าง

อาหารบำรุงสายตา

ดวงตา ถือเป็นหน้าต่างของหัวใจ เป็นอวัยวะที่ใช้สื่อความหมายได้มากมาย และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นอวัยวะที่ใช้ในการมองสิ่งต่างๆ รอบตัว

จึงถือว่า ดวงตานั้นเป็นส่วนที่จำเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราต้องรู้จักการใช้ดวงตาอย่างถูกต้องและถะนุถนอม

แต่คนในยุคปัจจุบันนี้ มีการใช้สายตาที่หนักเกินไป เช่น นั่งทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน มองหน้าจอโทรศัพท์ ดูทีวีใกล้ๆ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้ ก่อให้เกิดความล้าของสายตา ทำให้เกิดการพร่ามัวของสายตา ปวดเบ้าตา ลามไปถึงท้ายทอยด้วย

หากก้มหน้ามองจอมือถือตลอดเวลา ซึ่งจะได้รับอันตรายจากแสงสีฟ้าที่อออกมาโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า คุณมีการใช้สายตามากเกินไปแล้ว วันนี้เรามีวิธี บำรุงสายตา ง่ายๆ ด้วยอาหารกันค่ะ มาดูกันนะคะว่า …

อาหารบำรุงสายตา มีอะไรบ้าง

อาหารบำรุงสายตา

ผักใบเขียว

ผัก อุดมไปด้วยสารอาหารวิตามินหลายชนิด แต่วิตามินที่มีประโยชน์ในการบำรุงสายตามากที่สุดได้แก่ วิตามินเอ

ซึ่งไปมีส่วนช่วยในการทำงานของเซลล์พิเศษที่อยู่ที่จอประสาทตา ทำให้เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตัวอย่างของผักใบเขียวที่ถือเป็น อาหารบำรุงสายตา เหล่านี้ได้แก่ ผักบุ้ง บล็อคโคลี่ คะน้า ตำลึง ปวยเล้ง เป็นต้น

ผัก ผลไม้หลากสี

ผัก ผลไม้ที่มีสีสันหลากหลาย มีสารสำคัญมากมาย ผัก ผลไม้สีม่วงจะมีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการมองเห็น

ผัก ผลไม้สีเหลืองแดง จะพบสารจำพวกแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอภายในร่างกาย ดังนั้น แคโรทีนอยด์จึงถูกเรียกว่า pro-vitamin A นั่นเอง

นอกจากนั้น สารที่พบใน ผัก ผลไม้หลากสี เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการแก่ของเซลล์ทำให้เซลล์เสื่อมช้าลงอีกด้วย

อาหารบำรุงสายตา ที่มีสีสันเหล่านี้ได้แก่ แครอท ฟักทอง เบอร์รี่ มะม่วงสุก มะละกอ เป็นต้น

คอลลาเจน ปลาน้ำลึก

ปลาทะเล

อาหารบำรุงสายตา อันดับต่อมาคือ ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ที่พบกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งประกอบด้วยกรด EPA และ DHA

ซึ่งมีส่วนช่วยให้การทำงานของสายตา มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาวะการณ์อ่อนล้าของสายตา

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง

ไข่ และผลไม้

เมนูไข่ และผลไม้ตระกูลเบอรี่ต่างๆ เมนูประจำบ้านของคนไทย นอกจากจะทำง่าย อร่อยแถมยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย รวมทั้งจัดเป็น อาหารบำรุงสายตา ได้อีกด้วย

เนื่องจากภายในไข่แดงจะมีสารลูทีน ซีแซนทีน และแอนโทไซยานินซึ่งพบในผัก ผลไม้ สีเหลืองส้ม และเบอรี่ต่างๆ ด้วย

โดย ลูทีน และซีแซนทีนจะช่วยป้องกันการเสื่อมประสิทธิภาพของดวงตา ลดภาวะตาบอดในผู้สูงอายุได้

berry บำรุงสายตา

ดวงตา เป็นอวัยวะที่ต้องดูแลเอาใจใส่มากที่สุดในบรรดาอวัยวะทั้ง 32 ของร่างกายคนเรา

การใช้สายตามากๆ และผิดวิธี เช่น จ้องหน้าคอมเป็นเวลานานๆ การมองบริเวณที่มีแสงจ้า อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาได้

ดังนั้น การบำรุงสายตา เป็นประจำด้วยอาหารบำรุงสายตาดังกล่าวข้างต้น หรือจะเป็นการทานอาหารเสริมวิตามินต่างๆ จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

เพราะนอกจากจะได้สายตาที่ดี ไม่ต้องใส่แว่นให้เสียบุคลิกแล้ว ยังได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วยค่ะ

เรื่องที่ควรรู้ไว้ในการกำจัดน้ำมูกให้กับลูกน้อย

เรื่องที่ควรรู้ไว้ในการกำจัดน้ำมูกให้กับลูกน้อย

00โรคหรืออาการที่เกิดขึ้นได้กับเด็กเล็กส่วนใหญ่ มักจะหนีไม่พ้นเลยล่ะกับปัญหาโรคไข้หวัดที่มักจะทำให้เกดอาการไอ เจ็บคอและน้ำมูกไหลตามาด้วย สิ่งเหล่านี้หากเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่เล็กน้อยเพราะสามารถจัดการหาหยูกยา เพื่อบรรเทาเองได้ แหล่งรวมของเล่นเด็กแต่สำหรับเด็กเล็กแล้วเป็นสิ่งที่ควรจะใส่ใจและให้ความระมัดระวังกับอาการเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง เด็กไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้  เพราะถ้าหากว่าเกิดความชะล่าใจอาจทำให้น้ำมูกไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ส่งอาจส่งผลเสียต่อชีวิตได้เลยทีเดียวนะ

เนื่องจากว่าทารกหรือเด็กเล็กนั้น เมื่อมีน้ำมูกจะไม่สามารถสั่งน้ำมูกหรือว่าบ้วนเสมหะออกเองได้ หากปล่อยไว้นานๆอาจทำให้น้ำมูกแห้งติดอยู่ในโพรงจมูกจนอุดกั้นทางเดินหายใจ หรือน้ำมูกและเสมหะที่มีความเหนียวข้นอาจไหลลงคอไปเคลือบทางเดินหายใจส่วนบนได้ ส่งผลให้เด็กเล็กมักเกิดอาการหายใจไม่สะดวกและเมื่อหายใจมักจะมีเสียงดังครืดคราดอยู่เสมอ

สิ่งที่ผู้ปกครองหรือคุณแม่และคุณแม่ควรจดการในเบื้องต้นก่อนเลยนั่นก็คือ จะต้องป้องกันไม่ให้เสมหะหรือน้ำมูกเข้าไปปิดกั้นทางเดินหายใจ ถ้าหากว่าน้ำมูกมีความแห้งหรือมีความข้นหนืดติดอยู่ในรูจมูกก็ควรที่จะนำสำลีก้านสะอาดปราศจากเชื้อโรค มาจุ่มน้ำเกลือที่ใช้ในทางการแพทย์ซึ่งมีขายแล้วตามร้านขายยาทั่วไป  ค่อยๆนำก้านสำลีที่ชุบน้ำเกลือมาเขี่ยเอาน้ำมูกหรือเสมหะที่ติดอยู่ในรูจมูกอย่างเบามือ แหล่งรวมของเล่นเด็กทั้งนี้ควรจัดท่านอนตะแคงหรือนอนคว่ำระวังอย่าได้เด็กคอพับเป็นอันขาด  เมื่อเช็ดน้ำมูกออกไปแล้วก็ให้หยดน้ำเกลือลงในจมูกสักข้างละ 3-5 หยดเพื่อเป็นการทำความสะอาดและชะลอความเหนียวข้นของน้ำมูกและเสมหะ

เมื่อจัดการในส่วนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังเหลืออีกขึ้นตอนนึงนั่นก็คือ ให้เตรียมลูกยางสำหรับดูดเสมหะมาบีบลมออกก่อนจากนั้นแล้วจึงนำไปจ่อไว้ที่บริเวณรูจมูกของเด็กเล็ก แล้วค่อยๆปล่อยมือเพื่อทำให้เกิดแรงดูดน้ำมูกออกมา จากนั้นจึงบีบน้ำมูกที่อยู่ในลูกยางทิ้งไป แล้วค่อยวกกลับมาทำซ้ำอีกสักสองถึงสามครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีน้ำมูกและเสมหะติดอยู่ในจมูกของลูกน้อยแล้ว ซึ่งควรทำเป็นประจำทุกเช้าและเย็นในช่วงที่ยังมีอาการน้ำมูกไหลอยู่ นอกจากนี้แล้วก็อาจเคาะปอดร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ลูกน้อยสบายตัวมายิ่งขึ้น

นอกจากนี้แล้วคุณพ่อและคุณแม่ก็ควรหาสาเหตุเหล่านั้นและหลีกเลี่ยงด้วย เพื่อไม่ให้เกิดอาการแบบนี้ได้ง่ายอีกในคราวหน้า ด้วยการรับประทานอาหารที่ดี  การดูแลแหล่งรวมของเล่นเด็กให้ร่างกายอยู่ในอุณหภูมิคงที่ รวมถึงการอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่สดชื่นไร้มลพิษ

รักษาสุขภาพด้วยผักปลอดสารพิษ

การบริโภคผักปลอดสารพิษเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้หลายๆคนได้รับอาหารที่มีประโยชน์และคุณค่าอย่างแท้จริง เนื่องจากผักที่เราซื้อมาจากตลาดแล้วนำมารับประทานกันนั้นต่างก็มีสารพิษปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีต่างๆ หากผู้จำหน่ายปลูกผักโดยวิธีไม่ฉีดยาฆ่าแมลง ก็จะทำให้ผลผลิตถูกศัตรูพืชรบกวน แถมยังทำให้ผลผลิตออกมาด้วยปริมาณที่น้อยมาก ด้วยการแก้ปัญหาโดยการใช้ยาฆ่าแมลงก็เป็นอีกหนึ่งทางออก ที่จะทำให้ผู้บริโภคได้รับสารพิษไปด้วย

ผักปลอดสารพิษ

การนำผักมาทำความสะอาดทุกครั้งในการปรุงอาหารก็เป็นอีกหนึ่งที่หลายๆคนแก้ปัญหากับผักที่ซื้อมาในตลาด การล้างผักด้วยด่างทับทิมหรือเกลือทะเล ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้ผักสะอาดมากที่สุด แต่หากใครที่มีโอกาสได้เข้าไปหาซื้อผักด้วยตนเอง คุณก็สามารถเลือกผักที่มีรอยแมลงกัดกินผัก แสดงว่าผักชนิดนี้เป็นผักที่ไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลง หรือมียาฆ่าแมลงน้อยที่สุด

หากอยากจะมั่นใจจริงๆ การปลูกผักไว้รับประทานเองจะทำให้เรามั่นใจที่สุด ที่เราจะได้รับสารอาหารมาบำรุงร่างกายที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาวหรือพืชตระกูลผักใบเขียว หากเราหาเมล็ดมาหว่านและหมั่นรดน้ำ เพียงระยะเวลาไม่นานคุณก็สามารถได้กินผักฝีมือเราเอง แถมยังไม่ต้องไปเสียเงินซื้ออีกด้วย การปลูกผักไว้รับประทานเองนอกจากที่จะทำให้เราสะดวกมากในการปรุงอาหารโดยที่ไม่ต้องไปซื้อในตลาดแล้ว บางครั้งก็สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานอีกด้วย

เลือกคอนแทคเลนส์…จากฟฤติกรรมประจำวัน

แว่นสายตาคนในยุคปัจจุบันมีปัญหาทางด้านสายตากันเพิ่มมากขึ้น แต่วิวัฒนาการก็มากขึ้นด้วยตามกันไป โดยสมัยก่อนการแก้ไขปัญหาสำหรับเรื่องสายตากับการมองเห็นด้วยวิธีการสวมใส่แว่น แต่ในยุคปัจจุบันได้มีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า “คอนแทคเลนส์” ขึ้นมา ซึ่งประโยชน์ของคอนแทคเลนส์ก็เหมือนกับการสวมใส่แว่น แต่ความแตกต่างคือการสวมใส่คอนแทคเลนส์จะมองไม่เห็นเหมือนกับแว่นที่สวมใส่ หรืออาจไม่สร้างความรำคาญที่ต้องแบกอะไรไว้บนหน้าแต่ต้องขอบอกว่าสำหรับบางคนอาจใส่แว่นจนชินแล้วก็ได้ ดังนั้นคนในยุคปัจจุบันจึงหันมาเลือกใล้คอนแทคเลนส์กันมากขึ้น ซึ่งบางคนก็ไม่ได้ไปปรึกษาจักษุแพทย์แต่อย่างใด แต่ไปหาซื้อคอนแทคเลนส์มาใส่เองตามร้านที่ขายคอนแทคเลนส์ทั่วไปซึ่งมีจำนวนมากตามท้องตลาด

บางรายก็ได้มาตรฐานแต่บางรายก็ขายคอนแทคเลนส์ที่มาได้มาตรฐาน ดังนั้นแล้วก่อนที่จะเลือกซื้อคอนแทคเลนส์มาใช้ควรรู้วิธีการเลือกซื้อคอนแทคเลนส์มาใช้เสียก่อน โดย สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่ต้องคำนึงถึงเลยคือพฤติกรรมชีวิตประจำวัน ระดับปัญหาทางด้านสายตา และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ โดยในประการแรกเรื่องของพฤติกรรมคือต้องรู้จักนิสัยของตนเองว่าเป็นคนที่มีความใส่ใจหรือดูแลอะไรก็ตามได้ดีหรือไม่ หรือเป็นคนรักษาความสะอาดมากน้อยแค่ไหน ถ้ากรณีที่ไม่ใช่คนที่ดูแลรักษาอะไรเป็นพิเศษมากนักก็ให้เลือกใส่คอนแทคเลนส์แบบใช้แล้วทิ้งเลย เพราะไม่ต้องมาดูแลรักษาความสะอาดมาก หรือให้สังเกตพฤติกรรมการใช้ดวงตาของคุณว่าใช้สายตายาวนานต่อวันมากน้อยแต่ไหน หากต้องใส่เป็นระยะเวลานานๆก็ให้เลือกใช้คอนแทคเลนส์ที่อมน้ำได้มากๆ หรือให้เลือกใช้คอนแทคเลนส์ที่มีลักษณะบางมากๆเบือ่ไม่ให้ทำร้ายดวงตาของคุณ โดยสามารถปรึกษาร้านขายคอนแทคเลนส์หรือดีที่สุดปรึกษาจักษุแพทย์ได้

ประโยชน์ต่างๆ จากวิตามินบีสำหรับสุขภาพ

vitaminวิตามินบีก็จัดได้ว่าเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และวิตามินบียังแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด เช่น วิตามินบี1, วิตามินบี 2, วิตามินบี3, วิตามินบี5, วิตามินบี6, วิตามินบี12 และวิตามินบีรวม และวิตามินบีแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป โดยมีประโยชน์แตกต่างกันดังนี้

  • วิตามินบี1 ช่วยให้ร่างกายเผาพลาญคาร์โบไฮเดรตได้ดี ช่วยให้การทำงานของหัวใจเป็นปกติ และช่วยป้องกันการเกิดโรคเหน็บชา
  • วิตามินบี2 ช่วยในการบำรุงสายตา ป้องกันตามัวในเวลากลางคืน ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก และยังเป็นวิตามินที่สามารถช่วยป้องการเกิดโรคปากนกกระจอกได้อีกด้วย
  • วิตามินบี3 ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจ
  • วิตามินบี5 ช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ ลดอาการปวดเมื่อยตามข้อต่างๆ ของร่างกาย ช่วยคลายเครียด แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ ช่วยทำให้นอนหลับสบาย
  • วิตามินบี6 ช่วยบำรุงปลายประสาท ป้องอาการชาตามนิ้วมือและนิ้วเท้า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคเหน็บชา
  • วิตามินบี12 มีส่วนในการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือด ช่วยบำรุงประสาท และช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมอาหารได้ดี
  • วิตามินบีรวม ช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความจำดี ช่วยคลายประสาท ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด

ทราบประโยชน์มากมายของวิตามินบีกันแล้ว สำหรับใครที่รักสุขภาพอย่ามองข้ามกันอย่างเด็ดขาด แต่ที่สำคัญเพื่อให้ร่างกายสามารถได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ควรทานอาหารให้ครบหลัก 5 หมู่กันด้วย จะช่วยทำให้คุณมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง